สัตว์ปีกเราจะขอพูดถึงเรื่องของนก

นกจัดเป็นสัตว์ปีกที่แกนสันหลังเป็นสัตว์กินนมออกลูกเป็นไข่พวกสัตว์จะไม่มีฟันแต่ว่าพวกมันจะมีจะงอยปาก

กระดูกของพวกสัตว์ปีกนั้นมันจะเบามากด้วยเหตุว่ากระดูกของพวกมันจะมีช่องกลางๆมีส่วนประกอบเหมือนกันกับรังผึ้งแล้วก็จะมีถุงลมชิดกับปอดโดยที่จะหายใจเอาอากาศเข้าและก็ออกมาจากถุงลม ชื่อทางวิทยาศาสตร์เป็น Aves ระบบการผสมพันธุ์ของพวกมันจะมีการเกิดภายในรวมทั้งจะคลอดเป็นไข่ ถิ่นอาศัยของพวกนกนั้นจะขึ้นอยู่กับแต่ละพวกนกในแต่ละประเภทจะปรับพฤติกรรมให้กับสภาพแวดล้อมต่างๆที่อาศัยอยู่

ลักษณะของพวกนกพวกมันจะมีขนส่วนตัวแบบเป็นแผงขนขนเส้นเล็กๆแต่ละเส้นจะมาเรียงสนิทสนมกันอยู่บนก้านขนที่แข็งยาวๆส่วนปากจะเป็นแบบควรจะอยปากจะไม่มีฟันอาหารที่นกกินนั้นจะเขยิบผ่านหลอดอาหารลงสู่กระเพราะแบบพักเพื่อเก็บสะสมถัดมาก็เลยจะส่งต่อไปยังกระเนื่องมาจากจริงที่เรียกว่ากระด้วยเหตุว่าบดหรือกึ๋นช่วยในการบดอาหารให้ถี่ถ้วนแล้วหลังจากนั้นก็ส่งต่อไปยังลำไส้เล็กเพื่อในการย่อยกระทั่งสามารถดูดซึมนำสารอาหารที่ได้ไปใช้ต่อเท้าของพวกสัตว์ปีกจะมีความแตกต่างลักษณะที่ไม่เหมือนกันเพื่อปรับสภาวะให้กับการดำรงชีวิต

สัตว์ที่มีปีกนั้นสามารถแบ่งได้อยู่สองแบบเป็นแบบที่บินได้และก็แบบพวกที่บินไม่ได้ ประเภทที่บินได้สามารถที่จะใช้เพื่อการบินไปในอากาศได้อย่างอิสระเร็วทันใจถึงแม้ว่าก็จะมีบางพวกที่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่ายกายให้เหมาะสมกับถิ่นที่อยู่อาศัยมันก็เลยบินได้ไม่สูงมากเท่าไรนัก เป็นต้นว่า ไก่ เป็ด นกยูง สัตว์ปีกพวกที่บินไม่ได้โดยส่วนมากแล้วจะมีปีกที่เล็กเยอะแยะๆก็เลยทำให้มันไม่สามารถบินได้แม้กระนั้นจะมีการวิ่งที่เร็วทันใจ ยกตัวอย่างเช่น นกกระจกเทศ นกอีมู นกเพนกวิน

เดี๋ยวนี้โลกของเรามีนกที่ศึกษาค้นพบอยู่ราว 8,800 ถึง 10,000 จำพวกอย่างยิ่งจริงๆแล้วก็นกนั้นมีความคล้ายคลึงกับพวกสัตว์เลื้อยคลานหลายประการยกตัวอย่างก็ส่วนประกอบของกระดูกรวมทั้งกล้าม เกล็ดที่ขา การเจริญวัยยกตัวอย่างเช่นการออกลูกเป็นไข่ การเจริญเติบโตของพวกตัวอ่อนรวมทั้งเชื่อกันว่านกที่เราเห็นกันในเวลานี้นั้นเกิดขึ้นมาจากสัตว์ประเภทเลื้อยคลาน นกบางกลุ่มบางพวกจะออกหากินกันเป็นฝูงอย่างเช่นพวกนกนางนวลหรือพวกฝูงนกเป็ดน้ำการที่พวกนกออกหากินกันเป็นฝูงมันจะช่วยปรับการหาอาหารของพวกมันง่ายมากขึ้นแล้วก็สามารถหาได้ปริมาณที่มากกว่าหาเลี้ยงปากท้องเพียงตัวเดียวแล้วก็มันยังช่วยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการระวังภัยให้กันอีกด้วย

Author: Stephen Watkins